ปิดโฆษณา

Vivo เปิดตัวซีรีส์ X300 ซึ่งพัฒนาบนเทคโนโลยีออปติกขั้นสูง พลังประมวลผลสูง และสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ ด้วยความร่วมมือกับ ZEISS ในระยะยาว X300 และ X300 Pro จึงนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการถ่ายภาพบนมือถือและประสบการณ์ผู้ใช้ด้วย OriginOS ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม

ส่วนประกอบสำคัญของเรือธง X300 Pro คือเลนส์เทเลโฟโต้ ZEISS APO 200MP ที่ใช้องค์ประกอบออปติกพิเศษ การเคลือบ ZEISS T* และเซ็นเซอร์ Ultra-Sensing HPB ระบบกันสั่นไหวระดับ CIPA 5.5 ช่วยลดความสั่นไหวและเพิ่มความคมชัดที่ระยะโฟกัสยาว X300 มาพร้อมกล้องหลัก ZEISS ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ในดีไซน์กะทัดรัดยิ่งขึ้น ให้คุณภาพของภาพระดับมืออาชีพในขนาดที่เล็กลง โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการถ่ายภาพในทุกสภาพแสง

สถาปัตยกรรมชิปคู่: Dimensity 9500 + vivo V3+

คุณสมบัติที่โดดเด่นของซีรีส์ใหม่คือสถาปัตยกรรมชิปคู่ที่ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ MediaTek Dimensity 9500 (N3P) และชิปประมวลผลภาพ vivo V3+ (VS1) โซลูชันนี้ช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลดิบได้พร้อมกัน ลดสัญญาณรบกวนขั้นสูง และแสดงสีได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ใช้จึงได้รับผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอแม้ในสภาพแสงที่ยากลำบาก ความแตกต่างของประสิทธิภาพจะเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษเมื่อประมวลผลวิดีโอ 4K หรือถ่ายภาพในเวลากลางคืน โดยรวมแล้วหมายถึงการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นและความล่าช้าน้อยลงเมื่อใช้งานมัลติมีเดีย

ทั้งสองรุ่นรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 120 FPS โดย X300 Pro เพิ่ม Dolby Vision การบันทึกวิดีโอและบันทึก 10 บิตสำหรับเวิร์กโฟลว์หลังการผลิตระดับมืออาชีพ

OriginOS: ระบบใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพ

ระบบ OriginOS ใหม่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยี Ultra-Core Computing, Memory Fusion และ Dual Rendering สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล รับประกันประสิทธิภาพการทำงานมัลติทาสก์ที่เสถียร และมอบการตอบสนองแอปพลิเคชันที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ผสานรวม Vivo Office ชุดอุปกรณ์นี้ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อขั้นสูงกับพีซีได้ รวมถึงการมิเรอร์หน้าจอ การถ่ายโอนข้อมูล และการทำงานเอกสารร่วมกัน

แพลตฟอร์ม Vivo Security นำเสนอพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Private Space ที่เข้ารหัสด้วยฮาร์ดแวร์เพื่อปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อทำงานกับเอกสารหรือบัญชีขององค์กร

แบตเตอรี่ BlueVolt: อายุการใช้งานยาวนานและเสถียรภาพ

ซีรีส์ X300 ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt พร้อมขั้วบวกซิลิคอนรุ่นที่สี่และอิเล็กโทรไลต์กึ่งแข็ง มอบเสถียรภาพทางความร้อนที่ดีขึ้น ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงขึ้น และความทนทานในระยะยาว ความจุ 5,360 mAh สำหรับ X300 และ 5,440 mAh สำหรับ X300 Pro เสริมด้วยการชาร์จเร็ว 90W และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย 

โทรศัพท์รุ่นนี้มาพร้อมแผงหน้าจอ 8T LTPO ที่ให้ความสว่างสูงถึง 4,500 นิต พร้อมการปรับเทียบสี ZEISS Master Color ที่แม่นยำ และเทคโนโลยี 2160Hz PWM Dimming เพื่อลดความเมื่อยล้าของสายตา หน้าจอยังคงอ่านได้ชัดเจนแม้ในที่แสงจ้า และยังถนอมสายตาอีกด้วย

ความต้านทาน IP68/IP69

ได้รับการออกแบบให้ตรงตามมาตรฐาน IP68 และ IP69 ซีรีส์ Vivo X300 ถือเป็นวิวัฒนาการที่ครอบคลุมของการถ่ายภาพและการประมวลผลบนมือถือ และแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมจะพัฒนาต่อไป

ราคา ความพร้อม และโบนัส

สามารถซื้อ Vivo X300 Pro ได้ที่ร้านค้าปลีกที่ร่วมรายการ ในราคาแนะนำ 34,999 โครูนาเช็ก ส่วน Vivo X300 รุ่นกะทัดรัดกว่า มีราคา 26,999 โครูนาเช็ก

ทั้งสองรุ่นมีการรับประกันขยายเวลา (2+1 ปี) และการรับประกันแบตเตอรี่ 5 ปี

วันนี้มีคนอ่านมากที่สุด

.